ทำไมต้องเก็บเลือดจากสายสะดือ?

เลือดจากสายสะดือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในทางการแพทย์ และนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางในการปลูกถ่ายทางการแพทย์ ด้วยเหตุนี้เลือดจากสายสะดือจึงถูกเปรียบว่าเป็น "ของขวัญชิ้นแรก" จากพระผู้เป็นเจ้าประทานให้ทารกแรกเกิด  การเก็บเลือดจากสายสะดือมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต ณ เวลาคลอดเท่านั้น

ปัจจุบันและอนาคตของการใช้สเต็มเซลล์
พ.ศ. 2531 เด็กชายชาวฝรั่งเศสอายุ 5 ขวบซึ่งได้รับความเจ็บปวดจากโรคโลหิตจางแฟนโคนีรับการปลูกถ่ายด้วยสเต็มเซลล์เม็ดโลหิตจากเลือดในสายสะดือของน้องสาวได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการรักษาครั้งแรกของสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ และกระตุ้นความกระตือรือร้นเกี่ยวกับการจัดเก็บเลือดจากสายสะดือ ปัจจุบันนี้มีถึง 113 โรค รวมโรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับเลือด โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน และความผิดปกติเกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญอาหาร สามารถรักษาได้โดยสเต็มเซลล์เลือดจากสายสะดือ นอกจากนี้ยังมีการปลูกถ่ายเลือดที่ประสบผลสำเร็จจากทั่วโลกมากกว่า 35,000 ราย และมากกว่า 90 ปลูกถ่ายเลือดจากสายสะดือนี้ได้ดำเนินการในฮ่องกงซึ่งมีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

จากคู่มือ (ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551) ของสภาสูตินรีแพทย์และนรีแพทย์แห่งอเมริกา (American Congress of Obstetricians and Gynecologists) ได้มีการแนะนำว่าแพทย์ควรจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวกับการเก็บเลือดจากสายสะดือที่ถูกต้องและทำให้สมดุลให้คนไข้ที่ตั้งครรภ์ พร้อมกับข้อดีและข้อเสียระหว่างธนาคารเก็บเลือดจากสายสะดือของรัฐบาลกับของเอกชน  27 รัฐ ครอบคลุม 81% ของเด็กเกิดใหม่ในสหรัฐอเมริกา มีการออกกฎหมายให้แพทย์ซึ่งได้รับอำนาจให้ความรู้คนไข้ที่ตั้งครรภ์ในเรื่องรูปแบบทั้งหมดของการเก็บเลือดจากสายสะดือ  แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของสเต็มเซลล์ล์จากเลือดจากสายสะดือ